พูลพานิชวูด โทรลาน
หน้าแรก เอกสารอ้างอิง

แปรรูปไม้

wood processing

ไม้ท่อนกลมหนึ่งท่อนกว่าจะเป็นไม้ที่ใช้งานได้ ต้องผ่านการเลื่อย การไล่ความชื้น และการปรับขนาด แต่ละขั้นมีของเสียและมีข้อกำหนดของมันเอง หน้านี้รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนลงมือ ทั้งด้านเนื้อไม้และด้านกฎหมาย

คำว่า “แปรรูป” ในกฎหมาย กว้างกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ

คนส่วนใหญ่นึกถึงแค่การเลื่อยท่อนให้เป็นแผ่น แต่พระราชบัญญัติป่าไม้นับรวมการอบและการเผาถ่านเข้าไปด้วย นิยามนี้เป็นตัวตั้งของทุกเรื่องที่เหลือในหน้านี้

ก. เลื่อย ผ่า ถาก ขุด หรือกระทำด้วยประการอื่นใดแก่ไม้ให้เปลี่ยนรูปหรือขนาดไปจากเดิม นอกจากการลอกเปลือกหรือตบแต่งอันจำเป็นแก่การชักลาก

ข. เผา อบ บด หรือกระทำด้วยประการอื่นใดแก่ไม้ให้เปลี่ยนแปรสภาพไปจากเดิม เพื่อถือเอาวัตถุธาตุหรือผลพลอยได้จากไม้นั้น

พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔ (๓) นิยามคำว่า “แปรรูป”
  • เลื่อยเป็นแผ่น = แปรรูป
  • อบไล่ความชื้น = แปรรูป
  • เผาถ่าน = แปรรูป
  • ลอกเปลือกเพื่อชักลาก = ไม่นับ

ภาพรวม

เส้นทางของไม้ท่อนหนึ่งท่อน

ลำดับนี้เป็นลำดับที่ใช้กันทั่วไปในงานไม้แปรรูป รายละเอียดปลีกย่อยต่างกันไปตามชนิดไม้และปลายทางที่จะเอาไปใช้

ท่อนเข้าลาน

ชั่งน้ำหนักหรือวัดขนาด คัดท่อนตามขนาดและความตรง ท่อนที่คดหรือมีตาไม้มากจะได้ไม้ใช้งานน้อยลง

เลื่อยเปิดหน้า

ตัดสินว่าจะเลื่อยด้วยรูปแบบไหน ตรงนี้เป็นจุดที่กำหนดทั้งลายไม้ ปริมาณที่ได้ และการบิดงอในอนาคต

อาบน้ำยา

จำเป็นกับไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูงอย่างไม้ยางพารา ถ้าทิ้งไว้นานหลังเลื่อยจะขึ้นราสีน้ำเงินและมอดเจาะ

ผึ่งหรืออบ

ไล่ความชื้นลงให้ใกล้เคียงกับที่ไม้จะไปอยู่จริง ขั้นนี้ข้ามไม่ได้ ถ้าข้ามไปงานจะบิดและแยกทีหลัง

ไสปรับขนาด

ไสหน้าและเข้าปีกให้ได้ฉากและขนาดจริงหลังไม้แห้งแล้ว ทำก่อนไม้แห้งเท่ากับต้องทำซ้ำ

เข้างาน

ประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ โครงสร้าง หรือส่งต่อเป็นไม้แปรรูป ซึ่งการเคลื่อนย้ายมีเอกสารกำกับของมันเอง

วิธีเลื่อย

เลื่อยคนละแบบ ได้ไม้คนละอย่าง

ท่อนเดียวกันเลื่อยต่างแบบกัน ได้ทั้งลายไม้ ความนิ่ง และปริมาณไม้ต่างกัน ภาพเป็นหน้าตัดของท่อน เส้นสีส้มคือรอยเลื่อย

เลื่อยขนานตลอดท่อน

through and through / flat sawn

เลื่อยรวดเดียวจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน ไม่ต้องพลิกท่อน เร็วที่สุดและเหลือเศษน้อยที่สุด แผ่นที่อยู่ค่อนไปทางเปลือกจะได้ลายก้นหอยสวย ส่วนแผ่นกลางท่อนที่มีไส้ไม้ติดมาด้วยมักแตกตามยาว

ได้ไม้
มากที่สุดในสามแบบ
ความนิ่ง
น้อย แผ่นนอกโก่งเป็นท้องกระทะ
เหมาะกับ
งานที่เน้นปริมาณและต้นทุน

เลื่อยแบบพลิกท่อน

cant / grade sawing

เลื่อยปีกออกก่อนแล้วพลิกท่อนเพื่อเลือกหน้าที่ใสที่สุดมาเป็นไม้เกรดดี เป็นวิธีที่โรงเลื่อยใช้เมื่อขายเป็นเกรด ใช้เวลาและฝีมือคนเลื่อยมากกว่า แต่ได้ไม้หน้าใสมากกว่าเลื่อยรวดเดียว

ได้ไม้
รองลงมา แต่เกรดดีกว่า
ความนิ่ง
ปานกลาง ขึ้นกับตำแหน่งแผ่น
เหมาะกับ
ไม้ที่ขายแยกเกรด ราคาต่างกันมาก

เลื่อยตามแนวรัศมี

quarter sawn

ผ่าท่อนเป็นสี่ส่วนก่อน แล้วเลื่อยให้หน้าไม้ตั้งฉากกับวงปี ได้ลายเสี้ยนตรงและเป็นแบบที่นิ่งที่สุด เพราะไม้หดตามความกว้างน้อยกว่าแบบอื่น แลกมาด้วยเศษที่มากขึ้นและเวลาที่นานขึ้น

ได้ไม้
น้อยที่สุด เศษเยอะ
ความนิ่ง
ดีที่สุด โก่งน้อย
เหมาะกับ
พื้น บานประตู หน้าโต๊ะ งานที่ต้องนิ่ง

ความชื้น

ขั้นที่ข้ามไม่ได้ คือการไล่ความชื้น

ไม้ไม่ได้หยุดขยับตอนเลื่อยเสร็จ มันขยับตามความชื้นในอากาศไปตลอดอายุการใช้งาน สิ่งที่ทำได้คือทำให้ความชื้นในไม้ใกล้เคียงกับที่ที่มันจะไปอยู่ ก่อนจะเอาไปประกอบ

ค่าอ้างอิงทั่วไปจากตำราคุณสมบัติไม้ ไม่ใช่ค่าที่วัดจากลานของเรา ตัวเลขจริงต่างกันตามชนิดไม้ ฤดู และสถานที่ · บนจอเล็กเลื่อนตารางไปทางขวาเพื่อดูหมายเหตุ
สภาพไม้ความชื้นหมายเหตุ
ไม้สดเพิ่งตัด 30% ขึ้นไป บางชนิดสูงเกิน 60% เมื่อคิดเทียบน้ำหนักไม้แห้ง ยิ่งเป็นไม้โตเร็วยิ่งอุ้มน้ำมาก
จุดอิ่มตัวของเส้นใย ราว 28–30% เหนือค่านี้ไม้ยังไม่หด ต่ำกว่านี้ไม้จึงเริ่มหดตัวและแข็งขึ้น เป็นจุดตั้งต้นของทุกปัญหาเรื่องบิดงอ
ผึ่งลมกลางแจ้งในบ้านเรา ราว 14–18% อากาศชื้นทำให้ลงต่ำกว่านี้ได้ยาก เพียงพอสำหรับงานกลางแจ้ง แต่ยังสูงไปสำหรับงานในห้องแอร์
อบเตา สำหรับงานภายใน ราว 8–12% เฟอร์นิเจอร์และงานในห้องปรับอากาศควรอยู่ปลายล่างของช่วงนี้
งานภายนอกและโครงสร้าง ราว 12–16% อบแห้งเกินไปแล้วเอาไปตากแดดตากฝน ไม้จะคายและดูดกลับจนแตกได้เหมือนกัน

เม็ดเส้นประคือค่าประมาณ เวลาอบจริงขึ้นกับเตา ความหนา และตารางการอบที่ใช้

การหดและการบิด

ไม้หดไม่เท่ากันทุกทิศ นั่นคือสาเหตุที่มันบิด

ถ้าไม้หดเท่ากันทุกทิศ แผ่นไม้จะแค่เล็กลงแต่ยังตรงอยู่ ความจริงคือมันหดตามแนววงปีมากกว่าตามแนวรัศมีราวสองเท่า แผ่นไม้จึงเสียรูป

ตามรัศมี ตามวงปี
ตามแนววงปีหดมากที่สุด ประมาณสองเท่าของการหดตามแนวรัศมี ส่วนการหดตามความยาวของท่อนน้อยมากจนแทบไม่ต้องคิด นี่คือเหตุผลที่ไม้เลื่อยตามแนวรัศมีจึงนิ่งกว่า เพราะด้านกว้างของแผ่นวางอยู่ในทิศที่หดน้อย
ตอนยังสด หลังแห้ง
แผ่นที่อยู่ค่อนไปทางเปลือกจะโก่งหนีไส้ไม้ วงปีที่โค้งอยู่พยายามยืดตรงเมื่อไม้หด ด้านที่หันเข้าหาไส้จึงนูนออกมา แผ่นยิ่งกว้างยิ่งเห็นชัด วิธีลดคือเลื่อยให้แคบลง หรือเลื่อยตามแนวรัศมีตั้งแต่ต้น

ของที่ได้จากท่อน

ไม้ท่อนหนึ่งท่อน ไม่ได้กลายเป็นไม้ใช้งานทั้งท่อน

ส่วนที่ได้เป็นไม้แปรรูปจริงมักอยู่ราวครึ่งหนึ่งของปริมาตรท่อน ที่เหลือกลายเป็นปีกไม้ เศษปลาย และขี้เลื่อย ซึ่งไม่ใช่ขยะถ้าวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น

ไม้แปรรูป ปีกไม้ เศษปลาย ขี้เลื่อย
  • ไม้แปรรูป ราว 45–60% ของปริมาตรท่อน ท่อนตรงและใหญ่ได้สัดส่วนสูงกว่า ท่อนคดหรือเล็กได้น้อยกว่ามาก
  • ปีกไม้และเศษปลาย ใช้เป็นไม้ฟืน ไม้เผาถ่าน หรือสับเป็นชิ้นไม้สับ
  • ขี้เลื่อย ใช้เป็นเชื้อเพลิง วัสดุเพาะเห็ด หรือรองพื้นคอก

สัดส่วนในแถบเป็นภาพอธิบาย ไม่ใช่ค่าที่วัดจากลานของเรา ของจริงต่างกันตามชนิดไม้ ขนาดท่อน และเครื่องเลื่อยที่ใช้ ใบเลื่อยยิ่งหนา ขี้เลื่อยยิ่งมาก

ชนิดไม้

ไม้ที่พบบ่อยแถวบ้านเรา และนิสัยของมัน

ข้อมูลลักษณะทั่วไปของไม้ที่พบมากในภาคเหนือตอนล่าง เพื่อให้เห็นว่าไม้แต่ละชนิดต้องดูแลต่างกันตอนแปรรูป

ยางพารา

Hevea brasiliensis

ไม้จากสวนที่หมดอายุกรีดแล้ว เนื้อสีขาวครีม ไสง่าย ทำเฟอร์นิเจอร์ได้ดี จุดอ่อนคือมีแป้งและน้ำตาลสูง ถ้าไม่รีบอาบน้ำยาและอบ จะขึ้นราสีน้ำเงินและมอดเจาะภายในไม่กี่วัน

ยูคาลิปตัส

Eucalyptus spp.

โตเร็ว รอบตัดสั้น ส่วนใหญ่ไปเป็นชิ้นไม้สับและเยื่อกระดาษ ถ้าจะแปรรูปเป็นแผ่นต้องระวังความเค้นภายในเนื้อไม้ ท่อนที่โตเร็วมักบิดและแยกทันทีที่เลื่อยเปิดหน้า

สัก

Tectona grandis

มีน้ำมันในเนื้อไม้ ทนปลวกและทนอากาศได้ดี ราคาสูงที่สุดในกลุ่มนี้ แม้ไม้สักที่ปลูกในที่ดินมีเอกสารสิทธิ์จะไม่เป็นไม้หวงห้ามแล้ว แต่ผู้ซื้อปลายทางมักขอหลักฐานที่มาของไม้ และการส่งออกมีข้อกำหนดของมันเอง

ไม้ผลเก่า เช่น มะม่วง ขนุน

ไม้จากสวนที่โค่นทิ้ง

ลายสวยและหาได้ในพื้นที่ แต่เนื้อค่อนข้างอ่อนและเชื้อราขึ้นง่ายพอกับยางพารา ท่อนมักสั้นและคด จึงได้ไม้ใช้งานต่อท่อนน้อย เหมาะกับงานชิ้นเล็กมากกว่างานยาว

ข้อกฎหมาย

ก่อนตั้งเครื่องเลื่อย ต้องรู้ว่าอยู่ในเขตควบคุมหรือไม่

การแปรรูปไม้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ หมวดว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ มาตราที่ยกมาข้างล่างนี้คือตัวหลักที่เกี่ยวข้องกับคนที่มีไม้อยู่ในมือ

มาตรา ๗

ไม้ในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ไม่เป็นไม้หวงห้าม

ไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม ข้อนี้แก้ไขเข้ามาโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๒ และเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของคนปลูกไม้เอง

มาตรา ๔๗ และ ๔๘

เขตควบคุมการแปรรูปไม้

รัฐมนตรีประกาศกำหนดท้องที่ใดให้เป็นเขตควบคุมได้ ภายในเขตนั้นห้ามแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป และห้ามมีไม้แปรรูปชนิดที่ระบุไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาต

มาตรา ๕๐

ข้อยกเว้นที่ใช้ได้จริงกับคนทั่วไป

ข้อห้ามตามมาตรา ๔๘ ไม่ใช้บังคับกับการแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองที่ไม่ใช่ไม้หวงห้าม และไม่ใช้บังคับกับการแปรรูปไม้ที่แปรรูปมาแล้ว หรือการครอบครองไม้แปรรูปที่มิใช่เพื่อการค้าและมีหลักฐานว่าได้มาโดยชอบ

มาตรา ๔๙

คุณสมบัติผู้ขอตั้งโรงงานแปรรูปไม้

ผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกลต้องเป็นเจ้าของ ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่อยู่ระหว่างถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๓๙ ทวิ

หนังสือกำกับไม้แปรรูป

ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้หรือโรงค้าไม้แปรรูป ออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปให้ผู้ที่จะนำไม้เคลื่อนย้ายออกจากสถานที่ที่ได้รับอนุญาตได้ ตามแบบและเงื่อนไขที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด

มาตรา ๕๒

ห้ามเลื่อยกลางคืน

ห้ามผู้รับอนุญาตทำการแปรรูปไม้ในระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น เป็นข้อที่คนมักไม่รู้ และเป็นเงื่อนไขที่ผูกกับใบอนุญาตโดยตรง

หน้านี้เป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ใช่การรับรองว่ากรณีของท่านทำได้หรือไม่ได้

ก่อนตั้งเครื่องเลื่อยหรือรับซื้อไม้มาแปรรูป ควรสอบถามสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่โดยตรง เพราะเขตควบคุมและรายละเอียดการขออนุญาตต่างกันไปตามท้องที่

ตัวบทกฎหมายที่ยกมา อ้างจากพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ฉบับรวมแก้ไขเพิ่มเติมถึงพระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่เผยแพร่โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ค่าความชื้น การหดตัว และสัดส่วนไม้ที่ได้จากท่อน เป็นค่าอ้างอิงทั่วไปจากตำราคุณสมบัติไม้ ไม่ใช่ค่าที่วัดจากลานของเรา

เอกสารอื่น

อ่านต่อ